นพเก้า อัญมณี 9 สีสันที่มีพลังช่วยให้คุณโชคดี 

by saimu
0 comment
นพเก้า

ในประเทศไทยของเรานั้นมีอัญมณีเพชรพลอยมูลค่าสูงมากมาย ที่สามารถพบได้ทั่วไปในหลายจังหวัด ทำให้เรามีสิ่งที่เรียกว่า นพเก้า เป็นเพชรพลอยทั้งหมด 9 ชนิด 9 สีสันที่แตกต่างกันออกไป ผู้คนเชื่อกันว่าเพชรพลอยเหล่านี้มีพลังที่ช่วยให้ผู้ที่สวมใส่โชคดีและมีความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ในอดีตมันยังมีความสำคัญกับประเทศไทยของเราไม่น้อย เพราะครั้งหนึ่งเคยถูกใช้เป็นเครื่องประดับยศกันเลยทีเดียว พูดมาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเริ่มสงสัยกันแล้วว่า นพเก้า คืออะไรและมีความหมายอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้กับทุกคน ไปติดตามกันได้เลย

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ทำความรู้จักกับนพเก้า เพชรพลอยที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน 

นพเก้า

นพเก้า เป็นชื่อเรียกของอัญมณีที่ประกอบไปด้วยพลอย 8 ชนิดและเพชรอีก 1 ชนิดรวมกันเป็นทั้งหมด 9 ชนิดตามชื่อเรียกของมัน บ้างก็เรียกว่านพรัตน์เพราะคำว่า นพ มีความหมายถึงเลข 9 อยู่แล้ว อัญมณีชุดนี้มีตำนานอยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยามาจนถึงในยุครัตนโกสินทร์หรือในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีคำว่านพรัตน์อยู่ในชื่อเต็มของกรุงเทพมหานครอีกด้วย 

มีข้อมูลระบุในเอกสารที่อยู่ในหอสมุดสยามสมาคมโดย ครูมนตรี ตราโมท ได้นำเอากลอนมาตกแต่งเป็นท่วงทำนองสำหรับการร้องเพลงระบำนพรัตน์เนื้อความว่า “เพชรดีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองสวยสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลสายไพฑูรย์” 

มีความเชื่อกันว่าหากใครได้สวมใส่หรือครอบครองนพเก้า จะช่วยให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จและโชคดี มีผู้คนรักใคร่เอ็นดูและคอยอุปถัมภ์ค้ำจุน โดยความหมายของอัญมณีทั้ง 9 นั้น จะประกอบไปด้วย

นพเก้า
  1. เพชร เป็นเพชรหนึ่งเดียวในนพเก้า เพราะในส่วนอัญมณีที่เหลือทั้งหมดจะเป็นพลอย ดังนั้นจึงนับว่าเป็นราชาของอัญมณี เป็นตัวแทนของความมีอำนาจบารมี ความยิ่งใหญ่ ชัยชนะ และความร่ำรวย บ้างก็เชื่อกันว่าเพชรนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ ดังนั้นจึงมักจะใช้สื่อความหมายในด้านของความรัก ว่าเป็นรักแท้นิรันดร์ 
  2. ทับทิม เป็นพลอยสีแดงที่ดูสวยงามและหรูหรา ดังนั้นมันจึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของลาภยศสรรเสริญและความสำเร็จ มักถูกนำเอาไปประดับบนดาบหรือมงกุฎของจักรพรรดิอยู่เสมอ เพราะเชื่อกันว่าเมื่อมีไว้ในครอบครองจะทำให้มีอำนาจบารมี มีความฮึกเหิม ช่วยให้มีชัยชนะในการทำสงคราม และยังสามารถเสริมดวงในด้านความรัก ความร่ำรวย รวมไปถึงความเมตตาเข้าอกเข้าใจผู้อื่น 
  3. มรกต เป็นพลอยสีเขียวที่เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความศรัทธา คนในยุคโบราณเชื่อกันว่ามันสามารถปัดเป่าปัญหาในชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มโชคในด้านความรักและความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยปรับสมดุลธาตุของร่างกายเราได้อีกด้วย 
  4. บุษราคัม เป็นพลอยสีเหลืองที่สว่างเหมือนกับเปลวไฟ เป็นอัญมณีหายากที่พบในธรรมชาติได้น้อย ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของการติดต่อสื่อสารและมิตรภาพ ช่วยเสริมในเรื่องพลังอำนาจและความคิดสร้างสรรค์ได้ดี เมื่อมีไว้ในครอบครองจะทำให้มีสติอยู่กับตัวและโชคดีมีชัย 
  5. โกเมน พลอยสีแดงที่เป็นตัวแทนของความมั่นคงถาวร ช่วยเสริมเรื่องความรักให้สมปรารถนาและมีสุขภาพดี ใครมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์โกเมนจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ความรักราบรื่น ช่วยให้อายุยืนยาว และยังสามารถไล่ภูตผีปีศาจได้อีกด้วย บ้างก็เชื่อว่าจะสามารถทำให้เรามั่งคั่งร่ำรวยมีโชคลาภไหลมาเทมาอยู่เสมอเช่นเดียวกัน 
  6. ไพลิน เป็นพลอยสีน้ำเงินเนื้อใสที่ดูเปล่งประกาย เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความจริงใจ ดังนั้นจึงสามารถป้องกันอันตรายได้เป็นอย่างดี ช่วยให้มีพลังในการใช้ชีวิตอย่างสดใส สามารถดับความเร่าร้อนในจิตใจและทำให้มั่นคงเยือกเย็น 
  7. มุกดา เป็นพลอยสีขาวขุ่นที่เล่นแสงแล้วสวยงามเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีลักษณะที่มันวาวเป็นสีขาวอมฟ้า เชื่อกันว่ามีพลังที่ช่วยให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข นอกจากนี้ยังมีพลังในการปกป้องคุ้มครองเด็กอ่อนและผู้หญิงได้อีกด้วย ช่วยปรับความสมดุลของหยินหยาง ช่วยให้ผู้ที่สวมใส่มีโชคลาภอยู่เสมอ
  8. เพทาย เป็นพลอยที่มีหลายสีสันแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสีฟ้าใสหรือสีแดงอมน้ำตาล เชื่อว่าสามารถป้องกันอันตรายและขับไล่เหล่าภูตผีปีศาจได้ ช่วยให้มั่งคั่งร่ำรวยมีเงินทองไหลมาเทมา ช่วยให้มีสติปัญญา มีลาภยศชื่อเสียง 
  9. ไพฑูรย์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อเพชรตาแมวด้วยความแวววาวแปลกตา เชื่อว่ามีพลังในการปกป้องคุ้มครองให้เราปลอดภัยจากอันตรายและช่วยให้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก บ้างก็ว่าเป็นดวงตาที่ 3 ที่ทำให้ใครก็ตามที่ครอบครองจะมีนิมิตเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อีกด้วย 

รู้หรือไม่ นพเก้าถูกใช้เป็นเครื่องประดับยศของขุนนางและกษัตริย์ 

นพเก้า

ย้อนกลับไปในสมัยอยุธยา นพเก้า นับว่าเป็นของสูง อัญมณีเหล่านี้จึงมีเอาไว้ให้เฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์และพระมหากษัตริย์เท่านั้น คนธรรมดาทั่วไปไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวแต่อย่างใด ในภายหลังก็ได้มีการนำเอานพเก้ามาทำเป็นเครื่องประดับโดยใช้ในการประดับตำแหน่งของทั้งขุนนางชั้นสูงรวมไปถึงกษัตริย์ มีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแหวนหรือสร้อยสังวาล 

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการกำหนดให้นำเอาอัญมณีเหล่านี้มาตกแต่งอยู่บนเรือนแหวนเพื่อพระราชทานให้กับเหล่าราชวงศ์ นอกจากนี้ยังใช้ในการปูนบำเหน็จให้กับเหล่าข้าราชการ ขุนนาง รวมไปถึงคนที่ทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน และในยุคเดียวกันยังมีการกำหนดให้แหวนนพเก้าเป็นเครื่องประดับยศในประเทศไทยอีกด้วย 

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ สร้างดวงตาสำหรับห้อยสายสะพายเป็นครั้งแรกบนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของประเทศไทย และสั่งให้สร้างแหวนเพิ่มขึ้นมาเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตนราช วราภรณ์ เอาไว้สำหรับพระราชทานให้กับขุนนางชั้นผู้ใหญ่และพระบรมวงศานุวงศ์ 

นพเก้า

ด้วยเหตุนี้นพเก้าจึงเป็นอัญมณีมงคลที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาอย่างยาวนานนับร้อยปี เชื่อกันว่าอัญมณีแต่ละประเภทนั้นจะมีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องผู้คนจากอันตราย มีพุทธคุณสร้างความเป็นสิริมงคล หากใครครอบครองเอาไว้ก็เหมือนกับมีความมงคลติดตัว ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จตามความปรารถนา และยังเป็นการสะท้อนถึงการรวบรวมความศรัทธาและความงดงามเอาไว้ด้วยกันอีกด้วย 

โดยในปัจจุบันนพเก้ากลายมาเป็นเครื่องประดับราคาแพง ที่ได้รับความนิยมในประชาชนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง สามารถหาซื้อได้ง่าย มีหลากหลายรูปแบบที่ได้รับการออกแบบมาให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับใครที่สนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ สายมู.com

You may also like

Leave a Comment