ลูซิเฟอร์ ซาตานของชาวคริสต์ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนสวรรค์ 

by saimu
0 comment

มีดีก็ต้องมีชั่ว มีแสงสว่างย่อมมีความมืด ทุกอย่างบนโลกใบนี้มีสิ่งที่ตรงกันข้าม ดังนั้นมีพระเจ้าก็ต้องมีซาตานเช่นเดียวกัน และซาตานที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดก็คือ ลูซิเฟอร์ นั่นเอง เชื่อว่าหลายคนรู้ดีกันอยู่แล้วว่าเขานั้นเป็นซาตาน แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักลงลึกไปถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของลูซิเฟอร์ว่า เพราะเหตุใดจากเทพที่เคยอาศัยอยู่บนสวรรค์จึงต้องกลับกลายมาเป็นซาตานตกสวรรค์เสียอย่างนั้น และชาวคริสเตียนมีการตีความเกี่ยวกับซาตานตนนี้เอาไว้อย่างไรบ้าง 

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

เปิดประวัติของลูซิเฟอร์ เพราะเหตุใดจึงตกสวรรค์กลายเป็นซาตาน

ลูซิเฟอร์ เป็นที่รู้จักในฐานะของซาตานในศาสนาคริสต์ เป็นการถอดเสียงมาจากภาษาฮิบรูที่ปรากฏอยู่ในหนังสือที่มีชื่ออิสยาห์ ข้อความปรากฏอยู่ในบทที่ 14 ข้อที่ 12 ในคัมภีร์ฮีบรูนั้นคำดังกล่าวปรากฏขึ้นมาเพียงแค่ครั้งเดียวโดยมีความหมายถึงผู้ส่องแสง 

หลังจากนั้นในปีค.ศ 382 คัมภีร์ไบเบิลฉบับวัลเกตก็ได้ปรากฏชื่อของจอมมารดังกล่าวเป็นครั้งแรกในภาษาละติน ก่อนที่ทำดังกล่าวจะแพร่หลายไปทั่วทั้งอังกฤษในไบเบิลฉบับของพระเจ้าเจมส์ ที่นำเอาคำดังกล่าวมาตามคัมภีร์ฉบับวัลเกต 

ด้วยเหตุนี้ชาวคริสเตียนในยุคหลังจึงนำเอาคำดังกล่าวมาใช้เรียกชื่อจอมมารที่ตกสวรรค์โดยเป็นตัวแทนของซาตานหรือมารร้าย ภาพลักษณ์ของลูซิเฟอร์จึงมีลักษณะเป็นปีศาจและปรากฏอยู่ในวรรณกรรมมากมายรวมไปถึงในวิหารเองก็ตาม นักวิชาการได้ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับชื่อของลูซิเฟอร์เอาไว้ 2 รูปแบบ ประกอบไปด้วย 

ที่มาจากหนังสืออิสยาห์ที่กล่าวยืนยันอย่างชัดเจนเลยว่า ชื่อนี้มีความหมายถึงพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 กษัตริย์แห่งบาบิโลน ที่มีความทะนงตนและยกตนขึ้นสูงเทียบเคียงกับพระเจ้า ส่วนอีกหนึ่งที่มาเป็นหนังสือเอเสเคียลที่กล่าวถึงทูตบนสวรรค์องค์หนึ่งที่ถูกพระเจ้าขับไล่ออกมา

ลูซิเฟอร์ ที่ปรากฏในหนังสืออิสยาห์กล่าวถึงบรรดาชาวอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็ม มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเขาไม่ฟังคำสั่งสอนจากพระเจ้าอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้พระเจ้าจึงต้องลงโทษพวกเขาด้วยการให้อาณาจักรบาบิโลนที่กำลังเรืองอำนาจเข้ามาทำลายเยรูซาเล็ม 

หลังจากนั้นผู้พยากรณ์ของพระเจ้าซึ่งเป็นชาวยิวอย่าง ดาเนียลพร้อมกับเพื่อนก็ได้ถูกจับไปเป็นเชลยในเมืองบาบิโลน ช่วงเวลานั้นดาเนียลได้เกิดนิมิตประหลาดและทำนายให้กลับพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 อย่างถูกต้องและตรงไปตรงมา 

โดยกล่าวว่าเดชานุภาพของพระองค์นั้นเกิดจากพรของพระเจ้าและนับถือพระยาห์เวห์ จากนั้นก็มีการแต่งตั้งให้ดาเนียลขึ้นมาปกครองบาบิโลน แต่หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่สหายของดาเนียลทำให้พระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ทรงพิโรธจนตัดสินใจโยนเข้ากองไฟ แต่สหายผู้นั้นกลับไม่เป็นอะไรยิ่งทำให้พระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 ยิ่งศรัทธามากขึ้นกว่าเดิม 

กษัตริย์ผู้นี้หลงระเริงในความยิ่งใหญ่ของตนเองจนทำให้พระเจ้าต้องลงโทษ โดยริบสติปัญญาทั้งยังขับไล่ออกจากการเป็นมนุษย์ให้ใช้ชีวิตเหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 7 กาลกว่าจะได้สติปัญญากลับคืนมาอีกครั้ง ไม่ใช่เทวดาที่ถูกขับออกจากสวรรค์แต่อย่างใด

ส่วนในหนังสือเอเสเคียลมีข้อความระบุว่า ลูซิเฟอร์ เป็นตัวอย่างของความสมบูรณ์แบบที่มีทั้งความงามและสติปัญญาที่เพรียบพร้อม อาศัยอยู่ในสวนเอเดนซึ่งเป็นอุทยานของพระผู้เป็นเจ้า เครื่องแต่งกายนั้นถูกประดับประดาไปด้วยอัญมณีทุกอย่าง อัญมณีเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ฝังอยู่ในทองคำที่ถูกแกะสลักเป็นลวดลายวิจิตรตระการตา 

สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกจัดเตรียมในวันที่เขาถูกสร้างขึ้นมา เขาอาศัยอยู่บนภูเขาที่บริสุทธิ์ เดินอยู่ท่ามกลางศิลาเพลิง ใช้ชีวิตอย่างปราศจากตำหนิบนวิถีทางของตนเอง จนกระทั่งได้พบบาปชั่วในตัว ตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยการทำบาปและการทารุณ 

ด้วยเหตุนี้ลูซิเฟอร์จึงถูกขับออกจากภูเขาของพระผู้เป็นเจ้าแบบไม่มีเกียรติ เทพผู้พิทักษ์ของเขาก็ถูกขับไล่ออกไปพร้อมกัน ใจของเขาหยิ่งผยองมาจากความงาม ทำให้สติปัญญาที่มีวิปริตผิดเพี้ยน เมื่อเขาถูกเหวี่ยงลงดินจะถูกกษัตริย์ทั้งหลายต่างมองมาอย่างดูถูกดูแคลน 

การตีความเกี่ยวกับลูซิเฟอร์ในกลุ่มชาวคริสเตียน 

อย่างที่เรากล่าวไปว่าคำว่า ลูซิเฟอร์ ซึ่งเป็นชื่อแห่งเจ้าซาตานนั้น มีความหมายตามภาษาละตินว่า ผู้ส่องแสง นอกจากนี้คำดังกล่าวที่ปรากฏอยู่บนหนังสืออิสยาห์ ในบทที่ 14 ยังมีความหมายถึงพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่ 2 แห่งบาบิโลนอีกด้วย 

ในภายหลังมีนักประพันธ์ชาวคริสเตียนแนะนำคำดังกล่าวมาใช้สื่อเป็นชื่อของซาตาน แต่อย่างไรก็ตามศาสตราจารย์ผู้มีความรู้เกี่ยวกับศาสนาโดยเฉพาะอย่างไซกีฟ เค. ทันสเตด ได้ออกมาระบุว่า บนพันธสัญญาใหม่มีประเด็นที่อยู่บนหนังสือวิวรณ์ ภายในบทที่ 12 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามบนสวรรค์ได้กล่าวว่า

มีพญานาคเข้ามาต่อสู้กับกองทัพของพระเจ้า มันเป็นงูดึกดำบรรพ์ที่ผู้คนรู้จักกันในฐานะของซาตานหรือมารนั่นเอง ก่อนที่ในภายหลังมันจะถูกเหวี่ยงจนตกลงมาบนโลก พร้อมกับเหล่าทูตสวรรค์ทั้งหลายของมัน ข้อความดังกล่าวนั้นได้ถูกนำเอาไปเชื่อมโยงกับข้อความในหนังสืออิสยาห์ในภายหลัง 

ในขณะที่นักโหราศาสตร์ชาวกรีกอย่างออริเจนได้ให้ความเห็นว่า การตีความเกี่ยวกับข้อความในพันธสัญญาเก่าว่า ข้อความดังกล่าวนั้นถือเป็นการปรากฏตัวของซาตาน แต่อย่างไรก็ตามที่เขียนไปนั้นเป็นภาษากรีกไม่ใช่ภาษาละตินแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่ได้มีการแทนคำว่าปีศาจด้วยชื่อของเจ้าซาตาน

ไม่เพียงเท่านั้นนักเขียนชาวคริสต์ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาละตินอย่างเทอร์ทัลเลียนยังระบุว่า ถึงแม้ว่าเจ้าตัวนั้นจะเข้าใจข้อความที่ปรากฏอยู่ในหนังสืออิสยาห์อย่างถ่องแท้ว่า คำพูดที่ว่าข้าจะขึ้นไปอยู่เหนือระดับความสูงของก้อนเมฆ ถ้าจะกระทำตนเหมือนกับเป็นองค์ผู้สูงสุดเป็นคำพูดของซาตาน แต่เขาก็ไม่ได้เลือกใช้ชื่อของซาตานแทนคำที่กล่าวถึงซาตานแต่อย่างใด 

ย้อนกลับไปในยุคของออกัสตินแห่งฮิปโปซึ่งเป็นนัดเขียนชาวละติน ก็ยังไม่ได้ใช้ชื่อของซาตานตนนี้ในฐานะของจอมมารเช่นเดียวกัน ดังนั้นเรื่องราวของลูซิเฟอร์ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือหรือแม้แต่ตำนานเรื่องเล่า จึงยังคงมีความคลุมเครือ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมานับพันปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคนในยุคปัจจุบันก็มีความเชื่อว่าลูซิเฟอร์คือจอมมารอยู่ดี 

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ สายมู.com

You may also like

Leave a Comment