พระราหู จากอสุรกายสู่การเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนบูชา

by saimu
0 comment
พระราหู

ในแง่ของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาตินั้นจะถูกแบ่งแยกความดีความเลวออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อสุรกายนับว่าเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ในขณะที่เทพนั้นประทานแต่สิ่งดีงามให้กับมนุษย์ แตกต่างจาก พระราหู ที่เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกันในวันนี้ เนื่องจากในอดีตเทพองค์นี้ก็เคยเป็นอสุรกาย ก่อนที่จะมาเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนเคารพบูชากันเหมือนในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นเทพที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว และในวันนี้ สายมู.com จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทพองค์นี้ให้มากขึ้น รวมไปถึงวิธีการไหว้เพื่อช่วยพลิกดวงชะตา

ติดตามเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

เปิดประวัติต้นกำเนิดของพระราหูในแต่ละตำนาน

พระราหู

พระราหู นั้นจัดว่าเป็นหนึ่งในเทพเจ้าเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะตามความเชื่อของทั้งศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นเทพแห่งความหลงผิด ประวัติต้นกำเนิดของเทพองค์นี้มีถึง 4 ตำนานเลยทีเดียว 

เริ่มต้นจากฤคเวท เทพองค์นี้เดิมทีมีชื่อว่า สวรรภาณุ วันหนึ่งเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างไปทั่วทั้งโลก ด้วยเหตุนี้จึงจับพระอาทิตย์มากินเข้าไปผ่านทางปาก พระอินทร์พบสิ่งผิดปกติจึงตัดสินใจใช้จักรบั่นหัว สวรรภาณุ เพื่อเป็นการปลดปล่อยให้พระอาทิตย์ สามารถออกมาทำหน้าที่ได้ตามเดิม 

สำหรับในประเทศไทยนั้นเชื่อว่า พระศิวะเป็นผู้สร้างเทพองค์นี้ขึ้นมา ด้วยการนำเอาหัวของผีโขมดทั้งหมด 12 ตัวมาบดจนป่นกลายเป็นผง หลังจากนั้นห่อด้วยผ้าสีเหลืองทองแล้วประพรมด้วยน้ำอมฤต จนออกมาเป็นเทพแห่งความหลงผิดนั่นเอง วรกายเป็นสีนิลแต่ก็มีความเหลืองอร่ามเหมือนกับทองสัมฤทธิ์ มีวิมานลอยอยู่บนอากาศเป็นสีนิลอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 

พระราหู

สำหรับในทางพุทธศาสนา พระราหูนับว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีที่มาจากอุปราชผู้หนึ่งที่มีชื่อว่า พระอสุรินทราหู ซึ่งอยู่คู่กับ ท้าวพรหมทัตตาสูร ทั้งยังเป็นถึงพระโอรสของท้าวเวปจิตติอสุรบดินทร์ซึ่งเป็นผู้ครองพิภพอีกด้วย พระอสุรินทราหูปกครองอสูรอยู่ทางทิศเหนือ ดังนั้นจึงเป็นผู้ที่มีพลังแกร่งกล้าเหนือกว่าอสูรผู้ใด 

ในวันหนึ่งท้าวสักกะได้ทำการยึดอำนาจพร้อมทั้งขับไล่เทวดาในตระกูลเนวาส ให้ลงมาจากเขาพระสุเมรุในขณะที่กำลังเมามายสุรา ด้วยเหตุนี้เทวดาทั้งปวงที่ถูกไล่ออกมาจึงประกาศตนว่า เป็นอสูรและตัดสินใจสร้างเมืองขึ้นมาใหม่บริเวณหุบเขาตรีกูฏที่อยู่ด้านใต้ของเขาพระสุเมรุ 

สำหรับในศาสนาฮินดูนั้น พระราหูเคยเป็นพระโอรสในท้าววิประจิตติ ซึ่งเป็นราชาของบรรดาทานพทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมีนิทานพื้นบ้านที่กล่าวอีกด้วยว่า ในอดีตชาตินั้นพระราหูเคยเกิดออกมาเป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกับทั้งพระอาทิตย์และพระจันทร์ โดยเทพองค์นี้เป็นน้องคนสุดท้อง 

ในวันหนึ่งพระราหูได้ทำบุญกับพระที่มาบิณฑบาตร่วมกับพี่น้อง พระอาทิตย์นั้นตักบาตรด้วยภาชนะที่ทำมาจากทองคำ พระจันทร์ก็ได้ตักบาตรด้วยภาชนะที่ทำมาจากเงินยวง ในขณะที่ตนเองนั้นใช้ภาชนะที่ทำมาจากกะลามะพร้าวเท่านั้น 

พระอาทิตย์มีร่างกายที่เปล่งปลั่งและมีรัศมีเหมือนกับทองคำ พระจันทร์ก็มีร่างกายที่เปล่งปลั่งและมีรัศมีเป็นสีเงินอร่าม ในขณะที่ตนเองมีทั้งร่างกายและรัศมีออกมาเป็นสีดำ โดยความที่เป็นเทวดานพเคราะห์บาปเคราะห์ ดังนั้นจึงส่งผลในด้านการฝักใฝ่ทางมืดและลุ่มหลงมัวเมา ทั้งเป็นเพื่อนกับพระเสาร์ ทั้งยังเป็นศัตรูกับพระพุทธอีกด้วย 

พระราหู

สาเหตุที่ทำให้พระราหูมีวรกายอยู่เพียงแค่ครึ่งท่อนเท่านั้นก็เกิดมาจาก ในช่วงที่เทวดาทำพิธีกวนเกษียรสมุทรขึ้นมาเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำอมฤต ในตอนนั้นเทวดาต่างชักชวนอสูรมาเข้าร่วมพิธีเพื่อให้พิธีบรรลุไปได้ด้วยดี แต่ก็มีความตั้งมั่นว่าจะไม่แบ่งน้ำอมฤตให้กับเหล่าอสูรอยู่แล้ว 

เทพราหูนั้นก็ได้ซ่อนกายอยู่ในกลีบเมฆจนพิธีเสร็จสิ้น หลังเกิดสงครามระหว่างเทพและอสูรเพื่อแย่งน้ำอมฤตกัน พระวิษณุก็ได้แปลงกายเป็นหญิงสาวเพื่อมาแบ่งน้ำอมฤต ในขณะที่เทพราหูก็ได้แปลงกายกลายเป็นเทวดาและลอบดื่มน้ำอมฤตเข้าไป 

พระอาทิตย์และพระจันทร์ที่เห็นจึงได้ไปทูลบอกพระวิษณุ เมื่อทราบพระวิษณุจึงได้ขว้างจากสุทรรศนะไปตัดกึ่งกลางตัวของเทพราหูจนขาดกลายเป็น 2 ท่อน แต่ด้วยความที่ดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นอมตะไม่ตายแต่อย่างใด ท่อนล่างที่ถูกตัดออกนั้นกลายมาเป็น 1 ในดาวพระเคราะห์อย่างพระเกตุแทน 

ไหว้พระราหูช่วยพลิกดวงชะตาเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี 

พระราหู

พระราหูนั้นนับว่าเป็นเทพที่ได้รับความนิยมในการเคารพบูชาเป็นอย่างมาก มีเครื่องรางมากมายที่ทำออกมาให้ผู้คนสามารถบูชาเอาไปสวมใส่ติดตัวได้ ทั้งยังมีรูปเคารพที่นิยมนำเอาไปวางเอาไว้ตามบ้านเรือนเพื่อบูชาเสริมดวงอีกต่างหาก เนื่องจากผู้คนเชื่อว่าหากบูชาเอาไว้ก็จะช่วยเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้

สำหรับของไหว้ที่ต้องใช้นั้นจะเป็นของดำทั้งหมด 12 อย่างประกอบไปด้วย ปลาดุกย่าง กาแฟดำ ไก่ดำต้ม เหล้าดำ น้ำหวานที่มีสีดำ งาดำ เฉาก๊วย ซุปไก่ สาหร่ายสีดำ ถั่วดำ ไข่เยี่ยวม้า และข้าวเหนียวดำ ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องมีดอกไม้สีดำ น้ำเปล่าอีก 1 ถ้วย และธูปตามจำนวนของไหว้ซึ่งในที่นี้จะต้องใช้ธูป 12 ดอก 

You may also like

Leave a Comment